เปิดร้านกาแฟใช้เงินเท่าไหร่ ทำเลร้านกาแฟควรเป็นแบบไหน

เปิดร้านกาแฟ กับ Abstract13

เราจะแบ่งการเปิดร้านกาแฟเป็น 4 ประเภท

1.สร้างร้านกาแฟงบน้อย สร้างร้านกาแฟแบบประหยัด มีเงิน 50,000-60,000 บาท ก็เปิดร้านกาแฟสดได้

โดยเลือกทำเลเช่าร้านกาแฟที่ราคาไม่เกิน5,000-7,000บาท เป็นร้านแบบครีออส  หรือ เคาเตอร์ตัวเล็ก อย่างเช่น หน้าร้านสะดวกซื้อ หรือในตลาดขายอาหารย่านคนออฟฟิศ หน้าป้ายรถเมล์ หรือเช่าพื้นที่หน้าร้านค้าเป็นต้น 

เลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟขนาดเริ่มต้นเปิดร้านกาแฟจะอยู่ที่ ประมาณชุดละ 30,000ถึง 40,000 บาท ถ้าเป็นเครื่องชงกาแฟนำเข้าจากอิตาลีแท้แล้วเรียนชงกาแฟกับAbstract13ฟรี พร้อมของแถมสำหรับอุปกรณ์ร้านกาแฟ อีก 2,000 บาท 

เคาร์เตอร์ และอื่นๆ ประมาณ 10,000บาท

เน้นกลุ่มลูกค้า ซื้อกลับไปกินที่ทำงาน หรือ Take a way เป็นหลักhttps://www.abstract13.com/th/product-category/เครื่องชงกาแฟ/

เครื่องชงกาแฟ ขนาดเล็ก by Abstract13

2.สร้างร้านกาแฟขนาดกลาง แต่ได้เครื่องชงกาแฟอุตสากรรม ลงทุน 100,000-150,000 บาท ก็เปิดร้านกาแฟสดได้

  • โดยเลือกทำเลเช่าร้านกาแฟที่ราคาไม่เกิน15,000บาท เป็นร้านกาแฟแบบครีออส หรือ เคาเตอร์ตัวเล็ก พื้นที่เช่าประมาณ 2 x 2 เมตร อย่างเช่น หน้าห้างสรรพสินค้า Macro ,Lotus ,Big C , Home Proหรือในตลาดขายอาหารย่านคนออฟฟิศ หน้าป้ายรถเมล์ แถวโรงพยาบาลหรือ มหาวิทยาลัย หรือเช่าพื้นที่หน้าร้านค้าเป็นต้น 
  • เลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟขนาดกลาง เป็นเครื่องชงกาแฟอุตสาหกรรม ที่รองรับการชงกาแฟได้ถึง100แก้วเพราะกลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มที่รีบเข้าทำงาน ชั่วโมงเร่งด่วน หรือพักกลางวัน ดังนั้นเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟต้องสามารถรองรับการทำงานหนัก และทำงานได้เร็ว แต่เน้นคุณภาพกาแฟเกรด เอ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาเป็นลูกค้าประจำ ซื้อแล้วซื้ออีก บอกปากต่อปากว่าร้านกาแฟร้านนี้อร่อยจริง 
  • ชุดเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟจะอยู่ที่ ประมาณชุดละ 70,000 ถึง 100,000บาท ต้องเป็นเครื่องชงกาแฟนำเข้าจากอิตาลีแท้เท่านั้น เนื่องจาก หากใช้เครื่องที่ไม่ได้คุณภาพ ตัวเครื่องใหญ่แต่อะไหล่ข้างในเล็ก ก็ไม่ต่างกับซื้อเครื่องชงกาแฟใช้ในบ้านราคาไม่เกิน 20,000 บาท แต่ลูกค้ากลับซื้อในราคาเกือบแสน มาเปิดร้านกาแฟ ชงกาแฟได้40แก้ว เครื่องเริ่มรวน น้ำกาแฟมีแต่ไอน้ำ น้ำกาแฟไม่เสถียร ตีฟองนมไม่ขึ้น หรือชงกาแฟแล้วเกิดกาแฟเปรี้ยว จะทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจในรสชาติและกลิ่นเปรี้ยวของกาแฟครีม่าไม่มี เหมือนสั่งกาแฟสด แต่ได้กาแฟโบราณมา และที่สำคัญเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟที่ไม่ได้มาตรฐานยุโรป เพราะเครื่องจากจีน มักจะไม่มี เซนเซอร์ป้องกันความร้อน ป้องกันอุปกรณ์การรั่วของไฟฟ้า เครื่องจะปล่อยให้ลูกค้าชงกาแฟจนเครื่องพัง เวลาเสียบริษัทจะไม่ประกัน เพราะบริษัทจะเคลมว่าเป็นการใช้งานหนักต่อเนื่อง ทั้งๆที่สินค้ายังอยู่ในประกัน แต่ก็ต้องมาจ่ายค่าอะไหล่จุกจิกเพิ่ม เราจึงแนะนำเลยว่า หัวใจของการเปิดร้านกาแฟ อยู่ที่เครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟ สูงถึง 90%. ซึ่งหากซื้อเครื่องกับทาง Abstract13จะไม่มีทางเกิดปัญหานี้แน่นอน และยังได้เรียนชงกาแฟกับAbstract13ฟรีตามหลักสูตรชงกาแฟหลักสูตรอิตาลีอีกด้วย  พร้อมของแถมสำหรับอุปกรณ์ร้านกาแฟอีก 3,000-5,500บาท ทำให้ลูกค้าไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์สำหรับชงกาแฟหรือวัตถุดิบกาแฟอีก มาที่เดียวจบทุกเรื่อง
  • เคาร์เตอร์ และอื่นๆ ประมาณ 10,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับการตกแต่งร้านเป็นแบบไหน แบบที่ต้องการให้ลูกค้ามาเน้นถ่านรูปกับร้านกาแฟเก๋ๆหรือแบบเรียบง่าย เราสามารถเนรมิต ทุกอย่างได้ตามที่เราต้องการด้วยงบที่เรามี
  • เน้นกลุ่มลูกค้า ซื้อกลับไปกินที่ทำงาน หรือ Take a way เป็นหลัก หรือ มีที่นั่งไม่มากhttps://www.abstract13.com/th/product-category/เครื่องชงกาแฟ/
เครื่องชงกาแฟอิตาลี

3.สร้างร้านกาแฟขนาดกลาง-ขนาดใหญ่ เลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟ แบบอุตสากรรม ลงทุน 200,000-400,000 บาท ก็เปิดร้านกาแฟสดได้

  • โดยเลือกทำเลร้านกาแฟที่ราคาไม่เกิน15,000-40,000บาท เป็นร้านกาแฟแบบมีพื้นที่น่านั่ง เป็นพื้นที่ในย่านธุรกิจ เพื่อการพานิชย์ เช่น ในห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาล สถานที่ราชการ หรือตึกสำนักงาน และรวมไปถึงสวนสาธารณะ หรือในตลาดขายอาหารย่านคนออฟฟิศ หรือในหมู่บ้าน บ้างท่านที่มีบ้านเป็นของตนเองก็ปรัปแต่งให้เป็นร้านกาแฟเก๋ๆได้อีกด้วย
  • เลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟขนาดกลาง-ขนาดใหญ่  จะเป็นเครื่องชงกาแฟอิตาลีเครื่องชงกาแฟหัวเดียว หรือเครื่องชงกาแฟสองหัวแต่เน้นเป็นเครื่องอุตสาหกรรม ที่รองรับการชงกาแฟได้ถึง100 แก้ว ต่อ ชั่วโมงเพราะกลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อกาแฟในแก้วละ 60– 100 บาท ขึ้นไป ลูกค้ากลุ่มนี้มักเป็นกลุ่ม คอกาแฟ คนรักกาแฟมักจะชอบหาร้านกาแฟน่านั่งบรรยากาศร้านกาแฟดี ตกแต่งให้ลูกค้าอยากแวะมาลองท่านกาแฟและถ่ายรูปลง สื่อโซเชียลมีเดีย Facebook(link to facebook)Instagram (link to IG)Twitter(link to twitter) ลูกค้ากลุ่มนี้มักมาเป็นกลุ่ม นัดมาเจอกัน ที่สำคัญส่วนใหญ่ขับรถมา ที่จอดรถสะดวกต้องมีไว้บริการ และยังสามารถเก็บกลุ่มลูกค้า  กลุ่มคนทำงานที่รีบเข้าทำงาน ชั่วโมงเร่งด่วน หรือพักกลางวัน ดังนั้นเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟต้องสามารถรองรับการทำงานหนัก และทำงานได้เร็ว แต่เน้นคุณภาพกาแฟเกรด เอเพื่อให้ลูกค้ากลับมาเป็นลูกค้าประจำ ซื้อแล้วซื้ออีก บอกปากต่อปาก เราจะได้ลูกค้ากลุ่มนี้ช่วยดันกระแสในโลกโซเชียลให้เราอีกด้วย
  • ชุดเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟจะอยู่ที่ ประมาณชุดละ 120,000 ถึง 160,000บาท ต้องเป็นเครื่องชงกาแฟนำเข้าจากอิตาลีแท้เท่านั้น และต้องเป็นเครื่องชงกาแฟที่ได้สเปคมาตรฐาน แรงดันสูง กำลังไฟฟ้าสูง หม้อต้มใหญ่ เพราะการชงกาแฟเอสเพรสโซ่ กาแฟ ลาเต้ กาแฟ คาปูชิโน่ต้องได้ครีม่า100% ชิมกาแฟรสชาติต้องติดลิ้น จิบแรกของการดื่ม กลิ่นหอมของกาแฟต้องอยู่ ห้ามมีการไหม้ของเครื่องบดกาแฟและเครื่องชงกาแฟหรือแม้แต่กลิ่นเปรี้ยวจากกาแฟเด็ดขาด ตีฟองนมต้องเนียน หากตีฟองนมเป็นฟองนมลาเต้ ต้องได้ไมโครมิล ที่สามารคทำลวดลายกาแฟต่างๆ เช่นหัวใจ ลายใบไม้ได้ง่าย และหากตีฟองนมคาปูชิโน่ เนื้อฟองนมต้องละเอียดและจับกันเป็นก้อน หนานุ่ม และที่สำคัญ การชงกาแฟช็อตเอสเพรสโซ่ ต้องสามารถทำได้ดี ทั้ง เอสเพรสโซ่หนึ่งช็อต หรือ ดับเบิ้ลช็อต หากกาแฟไหลเร็วไม่มีครีม่า กลิ่นหายเร็ว ถือว่าเครื่องชงกาแฟเครื่องบดกาแฟตัวนี้ไม่ผ่าน และที่สำคัญ หากใช้เครื่องที่ไม่ได้คุณภาพ ตัวเครื่องใหญ่แต่อะไหล่ข้างในเล็ก ก็ไม่ต่างกับซื้อเครื่องชงกาแฟใช้ในบ้านราคาไม่เกิน 20,000 บาท แต่ลูกค้ากลับซื้อในราคาเกือบแสน มาเปิดร้านกาแฟชงกาแฟได้40 แก้ว เครื่องเริ่มรวน น้ำกาแฟมีแต่ไอน้ำ น้ำกาแฟไม่เสถียร ตีฟองนมไม่ขึ้น หรือชงกาแฟแล้วเกิดกาแฟเปรี้ยว จะทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจในรสชาติและกลิ่นเปรี้ยวของกาแฟครีม่าไม่มี อโร่ม่าไม่ได้ เหมือนสั่งกาแฟสด แต่ได้กาแฟโบราณมา และที่สำคัญเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟที่ไม่ได้มาตรฐานยุโรป เพราะเครื่องจากจีน มักจะไม่มี เซนเซอร์ป้องกันความร้อน ป้องกันอุปกรณ์การรั่วของไฟฟ้า เครื่องจะปล่อยให้ลูกค้าชงกาแฟจนเครื่องพัง เวลาเสียบริษัทจะไม่ประกัน เพราะบริษัทจะเคลมว่าเป็นการใช้งานหนักต่อเนื่อง ทั้งๆที่สินค้ายังอยู่ในประกัน แต่ก็ต้องมาจ่ายค่าอะไหล่จุกจิกเพิ่ม เราจึงแนะนำเลยว่า หัวใจของการเปิดร้านกาแฟ อยู่ที่เครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟ สูงถึง 90%. ซึ่งหากซื้อเครื่องกับทาง Abstract13จะไม่มีทางเกิดปัญหานี้แน่นอน และยังได้เรียนชงกาแฟกับAbstract13ฟรีตามหลักสูตรชงกาแฟ หลักสูตรอิตาลีอีกด้วย  พร้อมของแถมสำหรับอุปกรณ์ร้านกาแฟ อีก 3,000-5,500บาท ทำให้ลูกค้าไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์สำหรับชงกาแฟหรือวัตถุดิบกาแฟอีก มาที่เดียวจบทุกเรื่อง
  • เคาร์เตอร์ และอื่นๆ ประมาณ 30,000-70,000 บาท ขึ้นอยู่กับการตกแต่งร้านเป็นแบบไหน แบบที่ต้องการให้ลูกค้ามาเน้นถ่านรูปกับร้านกาแฟเก๋ๆหรือแบบเรียบง่าย เราสามารถเนรมิต ทุกอย่างได้ตามที่เราต้องการด้วยงบที่เรามี
  • เน้นกลุ่มลูกค้า ที่ต้องการมานั่งชิมกาแฟพร้อมกับได้รับอรรถรสของบรรยากาศภายในร้านกาแฟหรือกลุ่มซื้อกลับไปกินที่ทำงาน หรือ Take a way https://www.abstract13.com/th/product-category/เครื่องชงกาแฟ/
เครื่องชงกาแฟยี่ห้อไหนดี 2018
เครื่องบดกาแฟ by Abstract13

4.สร้างร้านกาแฟ ขนาดใหญ่ เลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟ แบบอุตสากรรม เน้นแบรนด์ดัง ลงทุน 1,000,000-3,000,000 บาท ก็เปิดร้านกาแฟสดได้

  • ร้านกาแฟขนาดใหญ่ หรือบางร้านไม่ใหญ่แต่ เลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟราคาแพง เช่น เครื่องชงกาแฟราคา400,000บาท เครื่องบดกาแฟราคา50,000 บาท ขึ้นไป และมักจะมีเครื่องบดกาแฟหลายตัว นักลงทุนหรือเจ้าของร้านกาแฟกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มคนรักกาแฟอย่างแท้จริง เปิดร้านกาแฟตาม Passionของตัวเองเป็นหลักไม่เน้นตามกระแส ไม่เน้นขายกาแฟเกรดล่าง หรือเกรดกลาง มักเลือกใช้กาแฟ เกรด Originแต่ละตัวในการขาย แบ่งกาแฟร้อนใช้กาแฟเกรดหนึ่ง กาแฟเย็นใช้กาแฟเกรดหนึ่ง หรือเลือกกาแฟOriginไปเลย และยังมีการใช้กาแฟนำเข้าในเมนูต่างๆอีกด้วยเจ้าของร้านกาแฟกลุ่มนี้มักได้รับการอบรมและได้รับข้อมูลมาค่อนข้างเยอะ จึงเห็นความสำคัญของการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟความสำคัญของเครื่องบดกาแฟอย่างชัดเจน จึงมีการแยกเครื่องบดกาแฟให้กับกาแฟแต่ละระดับการคั่ว หรือกาแฟแต่ละประเภท
  • ร้านกาแฟไฮเอน ตาม Passion ของเจ้าของร้านกาแฟมักเป็นการเปิดคู่กับกิจการที่มีอยู่เดิม เช่นโชว์รูมรถยนต์BMW, BENZ ,ร้านอาหาร ,ร้านเสริมสวย หรือ ร้านที่ขายสินค้าเกรด Aอยู่แล้ว และต้องการให้มี ร้านกาแฟเพื่อบริการลูกค้าของแต่ละธุรกิจนั้นเอง หรือแม้แต่กลุ่มลูกค้าที่เปิดเป็น Stand alone ให้ ลูกค้า Take away หรือเปิดเป็น Café ก็มี
เปิดร้านกาแฟสด by Abstract13

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *